-เดซิเบลเอ dB(A) คือสเกลของเครื่องวัดเสียงที่สร้างเลียนแบบลักษณะการทำงานของหูมนุษย์ โดยจะกรองเอา ความถี่ต่ำและความถี่สูงของเสียงที่เกินกว่ามนุษย์จะได้ยินออกไป - เสียงที่เป็นอันตราย องค์การอนามัยโลกกำหนดว่า เสียงที่เป็นอันตราย หมายถึง เสียงที่ดังเกิน 85 เดซิเบลเอที่ทุกความถี่ ส่วนใหญ่พบว่า โรงงานอุตสาหกรรมมีระดับเสียงที่ดังเกินมากกว่า 85 เดซิเบลเอ เป็นจำนวนมากซึ่งสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพทางกายและจิตใจ - เสียงรบกวน หมายถึง ระดับเสียงที่ผู้ฟังไม่ต้องการจะได้ยินเพราะสามารถกระทบต่ออารมณ์ความรู้สึกได้ แม้จะไม่เกินเกณฑ์ ที่เป็นอันตราย แต่ก็เป็นเสียงรบกวนที่มีผลต่อผู้ฟังได้การใช้ความรู้สึกวัดได้ยาก ว่าเป็นเสียงรบกวน หรือไม่ เช่น เสียงดนตรีที่ดังมาก ในสถานที่เต้นรำไม่ทำให้ผู้ที่เข้าไปเที่ยวรู้สึกว่าถูกรบกวน แต่ในสถานที่ต้องการความสงบ เช่น ห้องสมุดเสียงพูดคุย ตามปกติที่มีความดัง ประมาณ 60 เดซิเบลเอ ก็ถือว่าเป็นเสียงรบกวนได้
แหล่งกำเนิดเสียงที่สำคัญและมักหลีกเลี่ยงไม่ได้ในการ ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวกับ ชีวิตประจำวันของมนุษย์มีดังนี้
2. จะรู้ได้อย่างไรว่าบริเวณใดมีเสียงดังถึงขั้นอันตราย -ถ้ายืนพูดคุยกันในระยะห่างประมาณหนึ่งช่วงแขนแล้วไม่ได้ยินและไม่เข้าใจกัน สดงว่าบริเวณนี้มีเสียงดังถึงขั้นอันตราย -ใช้มาตรระดับเสียงตรวจระดับเสียงบริเวณนั้น องค์การพิทักษ์สิ่งแวดล้อมแห่ง สหรัฐอเมริกา (USEPA) เสนอแนะว่า ผู้ที่ได้รับเสียงเฉลี่ยเกิน 70 เดซิเบลเอ อย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลานานจะกลายเป็นคนหูตึง
3. โทษของการได้ยินเสียงดังเกินไป การทำงานในที่มีเสียงดังเกิน 85 เดซิเบลเอ เป็นเวลาติดต่อกันมากกว่า 8 ชั่วโมงต่อวันนานนับปีจะมีผลต่อมนุษย์ ดังนี้ 1. ผลเสียทางกายภาพ ผลเสียโดยตรงต่อประสาทหู ก่อให้เกิดการสูญเสียการได้ยิน ทั้งแบบชั่วคราวและแบบถาวร จนกลายเป็นความพิการได้ 2. ผลเสียทางจิตใจ เกิดความเครียดเป็นโรคจิต โรคประสาทได้ การเปลี่ยนแปลงทาง อารมณ์ มีผลทำให้เกิด โรคกระเพาะ ความดันโลหิตสูง 3. ผลเสียต่อประสิทธิภาพการทำงาน เสียงที่ดังมาก ๆ จะรบกวนการทำงาน ทำให้เสีย สมาธิเป็นเหตุ ให้เกิดอุบัติเหตุได้ และยังลดประสิทธิภาพการทำงานอีก
4. การแก้ไขปัญหาเสียงดังจากเครื่องจักรที่มีระดับเสียงดังมาก ๆ - ดูแลรักษาเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพดีอยู่เสมอ - ติดเครื่องลดระดับเสียงจากเครื่องต้นกำเนิดเสียง - ทำห้องเก็บเสียง เพื่อลดระดับเสียงลง - ควรปรึกษาผู้ชำนาญเฉพาะด้าน เพื่อลดมลภาวะทางเสียง
5. การตรวจวัดระดับเสียงจากเครื่องจักรภายในโรงงานมี 2 วิธี คือ 1. ในกรณีที่เครื่องนั้นต้องใช้คนยืนเฝ้าคอยควบคุมดูแลการทำงานของเครื่องตลอดเวลา ระดับเสียงไม่เกิน 60 เดซิเบลเอ (dba.) ไมโครโฟนห่าง 0.5 เมตร ห่างจากตัวเครื่องหรือต้นกำเนิดเสียง โดยรอบ ๆ 2. ในกรณีที่เครื่องจักรไม่ต้องใช้คนเฝ้าดูแลเครื่อง เช่น พัดลม, เครื่องโม่บดและอื่น ๆ ระดับเสียงต้องไม่เกิน 75 เดซิเบลเอ (dba.) ไมโครโฟน ห่างจากตัวเครื่อง 3 เมตร โดยรอบ ๆ ของตัวเครื่องหรือตันกำเนิดของเสียง